เกี่ยวกับการประชุม
หลักการและเหตุผล

กว่าสี่ทศวรรษที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแนวทางการปฏิบัติตน

ในทุกระดับทั้งในระดับบุคคล  ครัวเรือน  ชุมชน  และการบริหารราชการแผ่นดิน  โดยให้ยึดแนวทางสายกลางที่มีการตัดสินใจตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอ
ประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันจากผลกระทบทั้งภายในและภายนอก โดยมีความรู้ และคุณธรรมเป็นเงื่อนไขและพื้นฐานสำคัญในการปฏิบัติใช้
อันเป็นคุณลักษณะสำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ถูกผนวกไว้เป็นแนวทางหลักของการพัฒนาประเทศตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๙
ถึงปัจจุบันฉบับที่ 12  ซึ่งการพัฒนาในช่วงต่อไปนี้จะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมและบริบทของการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ  ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ
อาทิ กระแสการเปิดเศรษฐกิจเสรี ความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ ๆ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเกิด ภัยธรรมชาติที่รุนแรง ประกอบกับสภาวการณ์ด้านต่าง ๆ
ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงประสบปัญหาในหลายด้าน เช่น ปัญหาผลิตภาพการผลิตความ
สามารถในการแข่งขัน คุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางสังคม  เป็นต้น  จึงจำเป็นต้องยึด   กรอบแนวคิดและหลักการในการวางแผนที่สำคัญ ได้แก่
(1) การน้อมนำและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2) ให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม (3) การสนับสนุนและส่งเสริม
แนวคิดการปฏิรูปประเทศ และ (4) การพัฒนาสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนอกจากนั้น ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่กำหนดไว้ในมาตรา 71 ให้รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ           
ไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

สถาบันการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์  7  แห่ง  ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการ
มีส่วนร่วมในการใช้องค์ความรู้  รวมถึงประสบการณ์ทางด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศชาติ และเพื่อรำลึกถึง
พระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้และสืบสาน  พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงได้ร่วมกันจัดการประชุมวิชาการ
ระดับชาติของนักเศรษฐศาสตร์ครั้งที่ 11 (The Eleventh National Conference of Economists) ขึ้นภายใต้หัวข้อ “สืบสานพระราชปณิธาน เศรษฐกิจ
พอเพียงกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
โดยเชิญชวนผู้สนใจร่วมนำเสนอผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง และ/หรือ    การพัฒนาอย่างยั่งยืน
รวมถึงผลงานวิชาการที่รองรับต่อการพัฒนาประเทศในสภาพแวดล้อมหรือ  บริบทของการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ซึ่งสถาบันการศึกษาทั้ง ๗ แห่งโดย
มีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เป็นเจ้าภาพในปีนี้ จะได้ร่วมกันเผยแพร่ผลงานวิชาการทางเศรษฐศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์
ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของประเทศต่อไป

 
วัตถุประสงค์
  • เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะนำไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
  • เพื่อส่งเสริมให้มีการผลิตงานวิจัยและเผยแพร่ผลงานวิจัยในด้านต่าง ๆ ของนักเศรษฐศาสตร์ อันจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการเรียนการสอน การพัฒนาวิจัยต่อเนื่อง และการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ
  • เพื่อเปิดโอกาสให้นักเศรษฐศาสตร์ในสาขาต่าง ๆ จากหลายหน่วยงาน และสถาบัน การศึกษาได้รู้จักและมีปฏิสัมพันธ์ทางวิชาการต่อกัน
  • เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักเศรษฐศาสตร์และเผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สู่สังคม
 
ประโยชน์ที่จะได้รับ
  • มีการเผยแพร่แนวทางการพัฒนาบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • มีการผลิตงานวิจัยและเผยแพร่ผลงานวิจัยในด้านต่าง ๆ ของนักเศรษฐศาสตร์ อันจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการเรียนการสอน ก่อให้เกิดการพัฒนาวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
  • เกิดความร่วมมือของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในการพัฒนาด้านการบริหารงานวิจัยและการศึกษาเศรษฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพมากขึ้น
  • องค์ความรู้และประสบการณ์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ได้รับการเผยแพร่สู่สังคม
 
กลุ่มเป้าหมาย

นักเศรษฐศาสตร์ในสถาบันต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อาจารย์ นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก รวมถึงบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป จำนวน 350 คน