Independent Study

การศึกษาผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายของหุ้น IPO ในช่วงสิ้นสุดระยะการห้ามขายหุ้น (MFE,2558)

การศึกษาผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายของหุ้น IPO ในช่วงสิ้นสุดระยะการห้ามขายหุ้น (MFE,2558) การศึกษาผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายของหุ้น IPO ในช่วงสิ้นสุดระยะการห้ามขายหุ้น นายพีรพงศ์ บุญมี บทคัดย่อ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่สามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันครบกาหนดการห้ามขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกาหนด (Silent Period)ในช่วงปี ค.ศ. 2010 – 2014 จานวน 82 บริษัท พบว่าจากช่วงที่ทาการศึกษาทั้งหมด 6 ช่วง ของทั้งอัตราผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายนั้นมีเพียงช่วงเดียว คือช่วงก่อนสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น 15 วันจนถึงวันสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (-15, 0) เท่านั้นที่มีนัยสาคัญทางสถิติกับอัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสม โดยมีปัจจัยมีที่สามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสมได้คือ ความผันผวนของราคาหุ้นในช่วงวันที่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงวันที่มีการซื้อขายแล้ว 90 วัน โดยมีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสม ในขณะที่มูลค่าตลาดของหุ้นในตอนจบวันเข้าซื้อขายวันแรก อายุของบริษัทจนถึงวันเข้าซื้อขายวันแรก อัตราผลตอบแทนจากการซื้อขายหุ้นในตลาดวันแรก สัดส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ระยะเวลาที่ถูกกาหนดห้ามขายหุ้น และจานวนหุ้นที่ถูกกาหนดห้ามขายเทียบกับจานวนหุ้นที่ชาระเงินแล้วเป็นปัจจัยที่ไม่มีความสัมพันธ์อัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสมในช่วงสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น คลิกเพื่อโหลดบทคัดย่อ (PDF)

Is money supply growth affecting international border trade of Thailand? (MDE,2558)

Is money supply growth affecting international border trade of Thailand? (MDE,2558) Is money supply growth affecting international border trade of Thailand? Petchpan  Jarusjitwilai บทคัดย่อ This paper aims to study the relationship between the money supply on international border trade in Thailand by using monthly time-series secondary data, including the money supply data in terms of […]

การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการเดินเรือคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย จากวัดศรีบุญเรืองถึงสานักงานเขตมีนบุรี (MBE,2557)

การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการเดินเรือคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย จากวัดศรีบุญเรืองถึงสานักงานเขตมีนบุรี วาฎิกาณ์ ไพศาลธยางกูล* บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนทางด้านการเงิน รวมถึงการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการเดินเรือคลองแสนแสบส่วนต่อขยายจากวัดศรีบุญเรืองถึงสานักงานเขตมีนบุรี โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตถึงสภาพแวดล้อมในพื้นที่โครงการที่ทาการศึกษาและใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ข้อมูลจากเส้นทางการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารประจาทางบนถนนรามคาแหงและถนนเสรีไทย ระยะทางรวม 11 กิโลเมตร ตลอดแนวเส้นทางของโครงการที่ทาการศึกษา วิธีการศึกษาใช้การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ผลของการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนทางด้านการเงิน พบว่าโครงการมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) เท่ากับ 2,325,240,000 บาท อัตราส่วนผลตอบแทนต่อทุน(B/C Ratio) เท่ากับ 5.46 และอัตราผลตอบแทนภายใน(IRR) ร้อยละ 38.22 การศึกษาความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ พบว่า โครงการมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) เท่ากับ 7,754,550,000 บาท อัตราส่วนผลตอบแทนต่อทุน(B/C Ratio) เท่ากับ 17.99 และอัตราผลตอบแทนภายใน(IRR) ร้อยละ 149.75 ในการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการ(Sensitivity Analysis) พบว่าไม่ว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 หรือร้อยละ 20 โครงการก็ยังคงมีผลตอบแทนเป็นบวก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการมีผลตอบแทนมากกว่าค่าเสียโอกาสในการลงทุน ดังนั้นโครงการมีความคุ้มค่าทั้งทางด้านการเงินและทางด้านเศรษฐศาสตร์ งานวิจัยนี้ค้นพบว่า มูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) อัตราส่วนผลตอบแทนต่อทุน(B/C Ratio) และอัตราผลตอบแทนภายใน(IRR)ทางด้านการเงิน(Financial […]

ผลกระทบของการก่อหนี้สาธารณะต่อการบริโภคภาคเอกชน : ปาจรีย์ วิวัฒนวรเศรษฐ์

บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดผลกระทบของการก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลที่มีต่อการบริโภคของภาคเอกชน เพื่อสามารถนาไปพัฒนาและปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับหนี้สาธารณะในระยะยาวได้ พบว่าการดาเนินนโยบายการคลังผ่านทางการก่อหนี้สาธารณะ ผลการก่อหนี้สาธารณะที่มีต่อการบริโภคภาคเอกชนมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ถ้ามีหนี้สาธารณะต่า (ต่ากว่าร้อยละ 20) จะมีการบริโภคเพิ่มขึ้น เมื่อหนี้อยู่ในระดับกลาง (อยู่ระหว่างร้อยละ 20-50) ประชาชนจะลดการบริโภคลง แต่จะกลับมาบริโภคเพิ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง (สูงกว่าร้อยละ 50) หรือหลังจากเกิดฟองสบู่แตกแล้ว คำสาคัญ : หนี้สาธารณะ, การบริโภคภาคเอกชน, นโยบายการคลัง

1 7 8 9