Independent Study

การศึกษาผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายของหุ้น IPO ในช่วงสิ้นสุดระยะการห้ามขายหุ้น

การศึกษาผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายของหุ้น IPO ในช่วงสิ้นสุดระยะการห้ามขายหุ้น (MFE,2558) การศึกษาผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายของหุ้น IPO ในช่วงสิ้นสุดระยะการห้ามขายหุ้น นายพีรพงศ์ บุญมี บทคัดย่อ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่สามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันครบกำหนดการห้ามขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกาหนด (Silent Period)ในช่วงปี ค.ศ. 2010 – 2014 จำนวน 82 บริษัท พบว่าจากช่วงที่ทาการศึกษาทั้งหมด 6 ช่วง ของทั้งอัตราผลตอบแทนและปริมาณการซื้อขายนั้นมีเพียงช่วงเดียว คือช่วงก่อนสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น 15 วันจนถึงวันสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (-15, 0) เท่านั้นที่มีนัยสาคัญทางสถิติกับอัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสม โดยมีปัจจัยมีที่สามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสมได้คือ ความผันผวนของราคาหุ้นในช่วงวันที่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงวันที่มีการซื้อขายแล้ว 90 วัน โดยมีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสม ในขณะที่มูลค่าตลาดของหุ้นในตอนจบวันเข้าซื้อขายวันแรก อายุของบริษัทจนถึงวันเข้าซื้อขายวันแรก อัตราผลตอบแทนจากการซื้อขายหุ้นในตลาดวันแรก สัดส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ระยะเวลาที่ถูกกาหนดห้ามขายหุ้น และจำนวนหุ้นที่ถูกกาหนดห้ามขายเทียบกับจำนวนหุ้นที่ชาระเงินแล้วเป็นปัจจัยที่ไม่มีความสัมพันธ์อัตราผลตอบแทนผิดปกติสะสมในช่วงสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น  

การศึกษาผลกระทบของมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การศึกษาผลกระทบของมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ [MBE, 2553] การศึกษาผลกระทบของมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อภิสิทธิ์ กลั่นบางแก้ว บทคัดย่อ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งสุขภาพของประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีนโยบายหรือมาตรการเพื่อควบคุมปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีปริมาณลดลง โดยรัฐบาลได้ออกนโยบายหรือมาตรการหลากหลายรูปแบบตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งในปัจจุบันมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยมีประเด็นที่สาคัญคือ การควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมาตรการควบคุมการโฆษณามีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นผู้บริโภคหน้าใหม่ …

การศึกษาผลกระทบของการรวมกลุ่มประเทศ ASEAN ทางด้านการค้า

การศึกษาผลกระทบของการรวมกลุ่มประเทศ ASEAN ทางด้านการค้า [MBE, 2552] กการศึกษาผลกระทบของการรวมกลุ่มประเทศ ASEAN ทางด้านการค้า โสมย์สุดา สดชื่น บทคัดย่อ การศึกษาผลกระทบของการรวมกลุ่มประเทศ ASEAN ต่อภาคการค้า โดยใช้แบบจำลองแรงโน้มถ่วง (Gravity model) เพื่อศึกษาว่าระยะทางระหว่างประเทศส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศหรือไม่นั้น จากการศึกษาพบว่า ระยะทางระหว่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อภาคการค้า จากการพิจารณาโดยใช้วิธีทางเศรษฐมิติ สามารถพิสูจน์ได้ว่าระยะทางระหว่างประเทศส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น สำหรับงานวิจัยนี้ คือ มูลค่าการนำเข้าสินค้าของประเทศไทย กับประเทศต่างๆ ที่อยู่ทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มภูมิภาค ASEAN …

การศึกษาปัจจัยและพฤติกรรมการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม กรณีศึกษาในอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ในจังหวัดกรุงเทพฯ

การศึกษาปัจจัยและพฤติกรรมการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม กรณีศึกษาในอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ในจังหวัดกรุงเทพฯ (MFE,2558) การศึกษาปัจจัยและพฤติกรรมการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม กรณีศึกษาในอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ในจังหวัดกรุงเทพฯ สามารถ เอนกธนกุล บทคัดย่อ การศึกษาปัจจัยและพฤติกรรมการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม อาจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนและลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งการศึกษาฉบับนี้อาศัยข้อมูลเชิงสถิติ ค่าร้อยละ และแบบจาลอง Likert scale ผลการศึกษาตัวอย่างจากแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ในจังหวัดกรุงเทพฯ จานวน 605 คนพบว่า มีกลุ่มตัวอย่างที่ลงทุนในหุ้น 255 คน (42.15%) และลงทุนในกองทุนรวม 333 คน (55.04%) ประชากรส่วนใหญ่ยังออมเงินในธนาคารมากกว่าลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม เนื่องจากยังขาดความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานการลงทุน หากมีการส่งเสริมการให้ความรู้ความเข้าใจจากภาครัฐและสถาบันการเงิน อาจช่วยกระตุ้นให้ประชากรเหล่านี้หันมาลงทุนในหุ้นและกองทุนรวมได้มากขึ้น นอกจากนี้มีการศึกษาพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยงในการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม จากกลุ่มตัวอย่างที่ได้กาไรและขาดทุน การศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยพบว่า ความรู้ความเข้าในเกี่ยวกับการลงทุนเป็นปัจจัยหลักที่สาคัญ ส่วนรายได้ อายุ และเพศ ไม่ใช่ปัจจัยสาคัญต่อการเลือกลงทุนในหุ้นและกองทุนรวมของแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์  

การศึกษาปัจจัยและประเมินมูลค่าความเต็มใจจะจ่ายในการลดอุบัติเหตุจากรถเมล์

 การศึกษาปัจจัยและประเมินมูลค่าความเต็มใจจะจ่ายในการลดอุบัติเหตุจากรถเมล์ (MBE,2558) การศึกษาปัจจัยและประเมินมูลค่าความเต็มใจจะจ่ายในการลดอุบัติเหตุจากรถเมล์ รัชต โอภาสสมุทรชัย บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อศึกษาปัจจัยและประเมินมูลค่าความเต็มใจจ่ายของผู้โดยสารรถเมล์และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในการป้องกันอุบัติเหตุจากรถเมล์โดยการติดระบบ GPS เพื่อควบคุมและตรวจสอบความเร็วของรถเมล์รวมถึงการติดกล้องมองข้างตัวรถเพื่อลดจุดบอดที่เกิดจากการใช้กระจกมองข้าง อีกทั้งงานวิจัยนี้ได้ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความเต็มใจจะจ่ายค่าตั๋วเพิ่มของผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนน โดยการศึกษานี้ได้ใช้วิธี CVM ในการประเมินมูลค่าความเต็มใจจะจ่าย และได้ทาการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนาข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสมการการถดถอย Logit เนื่องจากผู้วิจัยมีข้อสมมติว่า error term มีการกระจายแบบโลจิสติก ซึ่งผลการศึกษาออกมาว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความเต็มใจจ่ายของผู้โดยสารอย่างมีนัยสำคัญได้แก่ ราคาเสนอที่มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อความเต็มใจจ่าย ในส่วนของรายได้และสายรถเมล์ที่ได้รับการร้องเรียนมากจะมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความเต็มใจจ่าย ซึ่งมูลค่าความเต็มใจจ่ายเฉลี่ยของผู้โดยสารที่จะจ่ายค่าตั๋วเพิ่มเท่ากับ 4.15 บาท

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้ลีสซิ่งของบริษัทจำกัด (มหาชน) กรณีศึกษา บริษัทจำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้ลีสซิ่งของบริษัทจำกัด (มหาชน) กรณีศึกษา บริษัทจำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย [MBE, 2553] การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้ลีสซิ่งของบริษัทจำกัด (มหาชน) กรณีศึกษา บริษัทจำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อนงค์กาน อุดมชัยพัฒนากิจ บทคัดย่อ การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้ลีสซิ่งของบริษัทจำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่ามีปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้ลีสซิ่งของผู้เช่า และบอกค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงลักษณะการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ บริษัทจำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมจำนวนได้ 509 บริษัท โดยใช้ข้อมูลเป็นข้อมูลทุติยภูมิที่ได้จากเว็บไซต์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสถิติ โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์ …

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลการกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลการกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย (MFE,2558) การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลการกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ศุภิสรา นาโควงษ์ บทคัดย่อ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยด้านคุณลักษณะและปัจจัยด้านมหภาคของธนาคารพาณิชย์ที่ส่งผลกระทบและสามารถอธิบายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ไทยกำหนดในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2551 จนถึง ไตรมาสที่ 4 ปี พ.ศ. 2555 จำนวน 14 แห่ง โดยแบ่งตามขนาดธนาคารพาณิชย์ ปัจจัยในส่วนของคุณลักษณะของธนาคารพาณิชย์ พบว่าในธนาคารขนาดใหญ่ ปัจจัยที่สามารถอธิบายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้มีเพียง สัดส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝาก โดยมีความสัมพันธ์เชิงลบกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และในธนาคารกลางก็มีเพียง สภาพคล่องคล่อง ของธนาคาร โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ส่วนในธนาคารขนาดเล็กนั้นไม่มีปัจจัยใดที่ สามารถอธิบายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้เลย ทางด้านปัจจัยมหภาคของธนาคารพาณิชย์ พบว่าในธนาคารขนาดใหญ่ปัจจัยที่สามารถอธิบายส่วนต่างอัตรา ดอกเบี้ยได้คือ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และปริมาณเงินสดสารองตามกฎหมาย โดยทั้งสามปัจจัยที่กล่าว มามีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและในธนาคารขนาดกลางมีปัจจัยที่สามารถอธิบาย ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายและปริมาณเงินสดสำรองตามกฎหมาย โดยทั้งสองปัจจัยมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้ามกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ในส่วนของธนาคารขนาดเล็ก มีปัจจัยที่สามารถอธิบายส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ยได้คือ อัตราการเติบโตของ GDP และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยทั้งสองปัจจัยมีความสัมพันธ์ในทิศทาง ตรงข้ามกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย

การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย [MBE, 2553] การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประสิทธิ์ กันติรัตนาวงศ์ บทคัดย่อ ภาคนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อปริมาณการจ่ายเงินปันผลของบริษัท 2) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อจำนวนครั้งในการประกาศจ่ายเงินปันผลตอปีของบริษัท โดยการศึกษานี้ใช้ข้อมูลประเภททุติยภูมิ ได้แก่ งบการเงิน และรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2546 ถึง ปี พ.ศ. 2551 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยยกเว้นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI โดยเงินปันผลในการศึกษานี้ หมายถึง เงินปันผลที่เป็นเงินสดของหุ้น …

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อดุลยภาพการส่งออกยางพาราโดยใช้ระบบสมการเกี่ยวเนื่อง (Simultaneous Equation model)

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อดุลยภาพการส่งออกยางพาราโดยใช้ระบบสมการเกี่ยวเนื่อง (Simultaneous Equation model) (MBE,2558) การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อดุลยภาพการส่งออกยางพาราโดยใช้ระบบสมการเกี่ยวเนื่อง (Simultaneous Equation model) อารัญ อุตรมาตย์ บทคัดย่อ ปริมาณดุลยภาพและราคาดุลยภาพ อันเนืองมาจากการเปลียนแปลงของตัวแปรภายนอกเปลียนแปลง ส่วนผลการวิเคราะห์จากแบบจำลองสมการเกียวเนืองสามารถอธิบายการเปลียนแปลงของอุปทานสามารถอธิบายการเปลียนแปลงบนเส้นอุปสงค์และอุปทาน เมื่อตัวแปรภายนอกคงทีหรือแบบสองขั้น (Two – Stage Least Square: 2SLS) โดยผลจากการวิเคราะห์ปัจจัยทีมีผลกระทบต่ออุปสงค์และแปรต่างๆของแต่ละสมการมักมีความเกียวเนืองกัน และประมาณค่าสัมประสิทธิ ด้วยวิธีกำลังสองน้อยทีสุดข้อมูล เนืองจาก ณ จุดดุลยภาพของตลาดจะประกอบไปด้วยความสัมพันธ์ของสมการหลายสมการและตัวการศึกษาดุลยภาพของตลาดจะใช้แบบจำลองสมการเกี่ยวเนื่อง (Simultaneous Equations) ในการวิเคราะห์ยางพาราไทย และวิเคราะห์ดุลยภาพของตลาดส่งออกยางพาราไทย โดยอาศัยข้อมูลทุติยภูมิในอดีตทังนีในการศึกษานีมีวัตถุประสงค์เพือวิเคราะห์ปัจจัยทีมีผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานตลาดส่งออก

การศึกษาปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่มีผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน (Equity Fund) ในประเทศไทย

การศึกษาปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่มีผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน (Equity Fund) ในประเทศไทย [MBE, 2552] การศึกษาปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่มีผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน (Equity Fund) ในประเทศไทย นัฐพร เทียมวัน บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่มีผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน (Equity Fund) ในประเทศไทย โดยใช้แบบจำลอง Arbitrage Pricing Theory Model (APT) มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์นี้ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารแห่งทุน (Equity fund) ที่ดำเนินการในช่วงระหว่าง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2547 ถึง เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2551จำนวน 52 กองทุน …

การศึกษาช่องว่างการออมและการลงทุนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน

การศึกษาช่องว่างการออมและการลงทุนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน (MBE,2558) การศึกษาช่องว่างการออมและการลงทุนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน กันยากร เอี่ยมแบน บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ก็เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมุ่งเน้นศึกษาถึงช่องว่างการออมและการลงทุนผ่านเครื่องมือที่มีชื่อว่า “Self-Financial Ratio” (SFR) ว่าส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร ใช้ข้อมูลจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ผลการศึกษาพบว่า เงินออมภายในประเทศมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และยังพบว่าประเทศที่ไม่ใช่กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงและเป็นประเทศที่มี SFR ต่ำ หากมีการเพิ่มเงินออมภายในประเทศเพียงเล็กน้อยจะทำให้มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่ากลุ่มประเทศอื่นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศมีผลมาจากหลายปัจจัย และหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ เงินออมภายในประเทศ ซึ่งถือได้ว่ามีส่วนสาคัญต่อการลงทุนและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาเงินออมไม่เพียงพอต่อความต้องการลงทุนของประเทศ ทำให้เงินออมจากต่างประเทศเข้ามามีส่วนทดแทนส่วนที่ขาดไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอนาคตได้

การศึกษาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

การศึกษาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป (MBE,2558) การศึกษาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ฝนทิพย์ วุฒิพร บทคัดย่อ การวิจัยนี้เป็นการศึกษาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป อีกทั้งศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในกรุงเทพมหานคร และการประมาณการค่าใช้จ่ายของกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวชาวยุโรปจำนวน 207 ตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย และค่าร้อยละ ผลของการศึกษาครั้งนี้พบว่านักท่องเที่ยวชาวยุโรปส่วนใหญ่ใช้จ่ายด้านที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม และ ค่าเดินทางท่องเที่ยว ตามลำดับ และใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมน้อยที่สุด ในส่วนของการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายรวมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปนั้นได้ใช้การทดสอบการการมีนัยสำคัญทางสถิติด้วย T-TEST โดยผลการศึกษาพบว่า จำนวนวันที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปเดินทางท่องเที่ยวภายในกรุงเทพมหานคร และ การวางแผนการท่องเที่ยวภายในกรุงเทพมหานคร มีผลต่อค่าใช้จ่ายรวมอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนปัจจัยอื่นไม่มีผลต่อค่าใช้จ่ายรวม  

1 2 3 4 9